หอนราฯ ดัน “นิคมแปรรูปเกษตร”



นราธิวาส - หอการค้านราธิวาส ดันโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม แปรรูปยางพารา และผลไม้ในพื้นที่ หวังเพิ่มมูลค่าผลผลิตในพื้นที่ และสร้างงานสร้างรายได้ให้นักศึกษาจบใหม่ ระบุ จุดเด่น คือ นักธุรกิจไม่ต้องลงทุนเอง เหน็บรัฐลงทุนสร้างโรงงาน 1-2 พันล้าน ดีกว่าหว่านเงินทำโครงการจ้างงานเร่งด่วน ที่ไม่เห็นประโยชน์เป็นรูปธรรม คาดเขียนโปรเจกต์ แล้วเสร็จภายในปีนี้
       

       นายสมบูรณ์ บุญธำรงค์กิจ ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส เปิดเผย “ผู้จัดการรายวัน” ว่า นอกเหนือจากปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนตกต่ำลงแล้ว สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังขาดงานที่จะมารองรับบุคคลผู้จบการศึกษาใหม่ ทำให้มีคนว่างงานเป็นจำนวนมาก เพราะคนที่จบการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท ที่จะเข้ามาทำงานในพื้นที่นี้ ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆ รองรับ มีแต่โรงงานเล็กๆ ซึ่งเป็นส่วนที่จะต้องมีการส่งเสริมเพื่อสร้างงานรองรับคนในพื้นที่
       
       “ตอนนี้ผมกำลังทำโปรเจกต์ อยู่ จะสร้างนิคมอุตสาหกรรมขึ้นมาในจังหวัดนราธิวาส โดยให้รัฐบาลเป็นผู้เข้ามาร่วมถือหุ้น เพราะตรงนี้เรามีที่ดินอยู่แล้วเกือบ 3,000 ไร่ ในส่วนที่จะส่งเสริมก็มีเรื่องของอุตสาหกรรมยางพารา เพราะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการปลูกยางพาราเป็นจำนวน 7-8 ล้านไร่ ไม้ยางพารา โดยเฉพาะในจังหวัดนราธิวาส ที่มีการโค่นเพื่อปลูกใหม่ ถูกนำไปขายที่ ยะลา และ หาดใหญ่ รวมทั้งกรุงเทพฯ เพราะว่าที่นราธิวาสไม่มีโรงงานแปรรูปรองรับ ถ้าเรามีโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมา ก็สามารถแปรรูปเองได้ เชื่อมั่นว่า อุตสาหกรรมยางพาราสามารถแข่งขันได้ ไม่ว่าจะเป็นไม้ยาง น้ำยาง หรือยางแผ่น”
       
       นายสมบูรณ์ ยังกล่าวอีกว่า
นอกเหนือจากยางพาราแล้ว ผลไม้ที่ประชาชนนิยมปลูกกันมากในพื้นที่ เช่น เงาะ ซึ่งมีผลผลิตออกมาจนล้นตลาด เกษตรกรต้องพบกับปัญหาราคาผลผลิตที่ตกต่ำ หากมีโรงงานแปรรูปก็จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้ได้
       

       “ในส่วนของการเข้ามาลงทุนนั้นที่สำคัญ คือ คนที่จะมาลงทุนไม่ต้องควักกระเป๋าเอง แต่รัฐบาลต้องรับประกันความปลอดภัย เพราะรัฐเป็นคนนำร่องในการลงทุนอาจจะสัก 1-2 พันล้าน ก็จะดึงให้อุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนได้ เพราะรัฐเป็นผู้สร้างโรงงานขึ้นมา แล้วให้ผู้ลงทุนมาเช่าที่ คิดค่าเช่าถูกๆ ตารางเมตรละ 20 บาทต่อปี ซึ่งจะปลอดภัย เพราะรัฐจะเป็นผู้สร้าง แล้วรัฐก็เอาไฟฟ้า ถนน และประปา เข้ามา ทำอย่างนี้นักลงทุนเขาถึงจะกล้าเข้ามา เพราะว่าไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง แต่ถ้าเขาต้องสร้างโรงงานเอง ใครจะกล้ามาลงทุน มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราใช้วิธีนี้เขาแค่ขนเครื่องจักรมาก็สามารถดำเนินกิจการได้แล้ว”
       
       นายสมบูรณ์ เปิดเผยว่า ที่ดิน 3,000 ไร่ ที่ถูกผลักดันให้สร้างเป็นนิคมอุตสาหกรรมใน จ.นราธิวาส ตั้งอยู่ระหว่าง อ.สุไหงโก-ลก กับ อ.ตากใบ เป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่มีการใช้ประโยชน์ เพราะพื้นดินมีสภาพเป็นดินเปรี้ยว ปลูกพืชไม่ขึ้น โดยพื้นที่ตรงจุดนี้อยู่ในการดูแลของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริม ให้มีการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม แต่กลับไม่คืบหน้าเท่าที่ควร
       
       “ผมเคยประชุมเรื่องนี้กับผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งอุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ป่าไม้จังหวัด และธนาคาร เขาก็เห็นด้วย จากนี้ก็จะมีการว่าจ้างอาจารย์ มอ.หาดใหญ่ มาเป็นคนเขียนโครงการ โดยนิคมอุตสาหกรรมนี้ จะไม่ไปซ้ำกับที่ปัตตานี เพราะที่นั่นเขาเน้นเรื่องประมงและฮาลาล แต่นี่เราเน้นแปรรูปยางพาราและผลไม้ เป็นการเสริมให้คนมีงานทำ แล้วตอนนี้ จ.นราธิวาส ก็มีมหาวิทยาลัยแล้ว คนที่จบมหาวิทยาลัยก็สามารถเข้ามาทำงานได้ทันที ถ้ารัฐบาลเอาเงินมาลงทุนในโครงการนี้ยังดีกว่า ทำโครงการจ้างงานเร่งด่วน ที่ไม่รู้ว่าจ้างไปทำไม จ้างไปก็ไม่ได้อะไร แล้วยังมาดึงเอาคนของเราออกไปอีก” นายสมบูรณ์ กล่าวและว่า
       
       ในส่วนของความคืบหน้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมนราธิวาส ในขณะนี้อยู่ระหว่างการเขียนโครงการ โดยมีการว่าจ้างอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งตัวโครงการจะแล้วเสร็จภายในปีนี้